Home แนวคิดชีวิต (เรื่องสอนใจ) หากยื้อจนสุดทาง ก็ควรจะปล่อยมือดีกว่า

(เรื่องสอนใจ) หากยื้อจนสุดทาง ก็ควรจะปล่อยมือดีกว่า

6 second read
0
453
(เรื่องสอนใจ) หากยื้อจนสุดทาง ก็ควรจะปล่อยมือดีกว่า

(เรื่องสอนใจ) หากยื้อจนสุดทาง ก็ควรจะปล่อยมือดีกว่า

ช่วงหลายปีที่ ผ่ า น มาฉันกำลังเดินอยู่บนถนนเล็กๆ ที่สองข้างทางเป็นเหวฉันเดินตามคนๆ นึงเดินตามด้วยความซื่อสัตย์ อ ย่ า ง ไม่มีข้อแม้ตลอดทางฉันเห็นแต่แผ่น หลังของเค้า

ฉันก็ตามไป อ ย่ า ง เชื่อใจ เขาก็หันมามองฉันเป็นพักๆฉันเอง ที่เป็นคนตัดสินใจมาเลือกมาเดินตามเขา ฉันจึงเดินต่อไปเรื่อยๆระหว่างทาง ฉันไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เขาก็ได้โรยเศษแก้ว ทิ้งไว้บนพื้น

ขณะที่เดินตาม ฉันไม่เคยระวังตัวใดๆ เพราะตามองอยู่แต่ที่หลัง ของเค้าด้วยความไว้ใจ ฉันรู้สึก เ จ็ บ ที่เท้าแล้ว แต่ฉันก็ยังเดินตาม ต่อการขอโทษและการให้ อ ภั ย เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

แต่เค้าก็ยังทำอีกจนในที่สุด พื้นที่เราเดินก็ เต็มไปด้วยเศษแก้ วชิ้นเล็กๆมากมาย ที่คอยทิ่มตำเท้าฉันอยู่ตลอด ทุกก้าวที่เดินแน่นอนว่า มันก็มีบางช่วงที่เป็นพื้นดิน ธรรมดา

บางช่วงที่เป็นพื้นหญ้านุ่มๆ บ้างแต่เดินไปไม่นาน ก็กลับไปเจอเศษแก้ วอีกที่ตลกคือ ฉันก็ยังคงทนเดินต่อไปเรื่อยๆ เพราะคิดเสียดายที่อุส่าต์เ ดินตามมาตั้งนานแล้ว

และ ด้วยความหวังจากเสียงพูดของเค้า ที่ตะโกนมาเรื่อยๆ ว่าเค้าจะหยุดการกระทำ แบบนี้แล้วนะ ความเจ็ บ ป ว ด มันเพิ่มขึ้นมาอีก เมื่อมีเด็ กคนนึงเกิดขึ้นมาจาก ที่เดินด้วยน้ำหนัก เราคนเดียวกลาย

เป็นต้องเดินโดยอุ้มลูก ไว้ที่แขนเพื่อไม่ให้เค้าโดนเศษแก้ วไปด้วยลูกโตขึ้นทุกวัน น้ำหนักก็มาก ขึ้นทุกวันตามไปด้วย ในที่สุดเราก็เดินมาจนถึงทางแยกทางแยก 2 ทาง คือทางตรงทางเดิม

ที่แม้จะมีเศษแก้วปะปราย ให้เห็นแต่ก็ยังคง มีแผ่นหลังที่คุ้นเคย กับรอยยิ้มจริงใจของเค้า ที่เหมือนคอยให้ความหวังว่า เค้ากำลังจะเลิกโรยเศษแ ก้วแล้วหรือ จะเลี้ยวออกไปอีกทาง

ที่มันโครตมืด และไม่รู้จะมีอะไรอยู่ข้างหน้าในใจคิดว่า ไม่ว่าจะเลือกทางไหน เราจะพาลูกไปด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเราจะ ไม่ปล่อยลูกแน่นอนที่ทางแยก ฉันมองลงไปที่เท้าตัวเอง

ตอนนี้มันดูไม่ เหมือนเท้าอีกต่อไปมันเต็มไปด้วยบ าดแผ ลนับไม่ถ้วน มัน เ จ็ บ มันชา วนไปเรื่อยๆ วันนี้ ฉันตัดความเสียดายเวลาที่ ผ่ า น มาไว้ที่ตรงทางแยกนั้นแล้ว เลือกเดินทางใหม่

ทางที่ไม่มีใครเดินนำหน้า และ ไม่ได้เดินตามใครอีกมันทั้งโคตรมืด ทั้งไม่รู้จักเส้นทาง และไม่รู้จะเจอกับอะไรอีกแต่ อ ย่  า ง น้อยที่สุดทางนี้ ก็ไม่มีเศษแก้วอีกแล้วแน่นอนว่า เมื่อไม่มีเศษแก้ว

ฉันจึงกล้าที่จะวางลูกลงกับพื้น แล้วจับมือกันเดินแทนการอุ้มฉันรู้สึกดีขึ้น อ ย่ า ง ประหลาดจากที่ เป็นแต่ผู้ตามที่ซื่อสัตย์ ฉันรู้ทันทีว่าตอนนี้ฉันต้องมาเป็นผู้นำที่เข้มแข็ง แทนในวินาทีนี้เลย

เพราะ ฉันกำลังจะมีเด็ ก อีกคนนึงเดินตามหลังของฉันตอนนี้ ฉันยังเดินต่อไม่ค่อยไหวเลย จากนี้ฉันอาจจะนั่งลง ใช้เวลาในการ รั ก ษ า เท้าไปซักพัก แต่ไม่นานหรอก ฉันจะลุกขึ้นแล้วเดินต่อ

เดินไปไอ้ทางที่แม่งโครตมืดนี่แหล่ะ นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ฉันยังอยู่ ฉันยังไม่เป็นไร ฉันจะไปต่อ ฉันจะไปได้โดยไม่ต้อง เดินตามใครอีก และฉันไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

ขอขอบคุณที่มา profession-j55

Check Also

15 ประโยค เหล่านี้ที่ไม่ควรพูดกับหัวหน้า

15 ประโยค เหล่านี้ที่ไม่ควรพูดกับหัวหน้า 1 งานนี้ไม่ใช่งานในความรับผิดชอบ แม้ไม่ใช่งาน ในค…