Home แนวคิดชีวิต (เรื่องสอนใจ) ชายตาบอดถือโคมไฟ

(เรื่องสอนใจ) ชายตาบอดถือโคมไฟ

6 second read
0
227
(เรื่องสอนใจ) ชายตาบอดถือโคมไฟ

(เรื่องสอนใจ) ชายตาบอดถือโคมไฟ

ในยุคสมัยที่มี การแข่งขันกันสูง แกร่งแย่งชิงดีกันมากมาย ทุกคนต่างเห็นแก่ตัวกันมากขึ้น วันนี้เราจึงได้หยิบยก นิทานชายตาบอด ถือโคมไฟมาให้ทุกคนได้อ่ าน เรื่องเล่ามีอยู่ว่า ในยุคก่อนสมัย ที่ทุกคนใช้การเดินทางด้วยการ

เดินเท้ายังไม่มีรถไม่มีไฟฟ้าใช้ มีถนนเส้นหนึ่ง เป็นถนนที่อยู่ ติ ด กำแพงเมือง ที่มีแต่ความมืดและแคบ ไม่มีแสงส่องสว่าง แต่ผู้คนในเมือง มักนิยม ใช้เส้นทางนี้สัญจรไปมา เพราะเป็นเส้นทางลัด ที่ช่วยประหยัดเวลา ในการเดินทางได้ดี

ในคืนพระจันทร์เต็ม ด ว ง ก็ยังพอมีแสงจันทร์ ส่องให้เห็นทางอยู่บ้าง แต่ในคืนเดือนมืด คืนที่ไม่มีแสงจันทร์นั้น ถนนเส้นนี้มืดสนิท ผู้คนแทบจะเดินเบียดเสียด ชนกันไปมา อยู่มาคืนหนึ่ง มีนักบวชรูปหนึ่ง เดิน ผ่ า น เข้ามายังตรอก

เพื่อมุ่งหน้าไปยังอาราม ซึ่งในบางช่วงของถนนเส้นนี้มืดสนิท มืดมากกระทั่งนิ้วมือ ทั้งห้ายังไม่อาจมองเห็นได้ เมื่อเดินไปเรื่อยๆ นักบวชท่านนี้จึงทั้งเดินไปชนผู้อื่น และถูกผู้อื่น เดินมาชนไม่หยุดหย่อน ในตอนนั้นเองก็ได้ มีชายผู้หนึ่งถือโคมไฟ

เดินผ่ านมาพอดี ทำให้ถนนช่วงนั้น เกิดแสงสว่างขึ้นพอสมควร นักบวชได้ยินคนเดินผ่ านทางพูดขึ้นมาว่า คนตาบอดผู้นั้น ช่างแปลกนักตนเองมองไม่เห็นแท้ๆ ใยต้องถือโคมไฟให้วุ่นวาย เมื่อนักบวชได้ยินก็รู้สึกแปลกใจ จนกระทั่งชายตาบอด

ถือโคมไฟคนนั้นเดิน ผ่ า น มา นักบวชจึงเอ่ยถามขึ้นว่า ขอ อ ภั ย ท่านตาบอดจริงๆหรือ ชายผู้นั้นตอบว่า ถูกแล้วข้าตาบอดตั้งแต่กำเนิด สำหรับข้าไม่ว่าจะเช้าสายบ่ายเย็น ล้วนไม่ต่างกัน ทั้งยังไม่ทราบว่า แสงสว่างหน้าตาเป็นเช่นไร

นักบวชได้ยินดังนั้น ก็ยิ่งสงสัยจึงเอ่ยถามต่อไปว่า เช่นนั้น ท่านจะถือโคมไฟไปทำไม ทำไมไม่ใช้ไม้เท้าคลำทาง ชายตาบอดตอบว่า เพราะข้าเข้าใจดีว่า ตอนกลางคืนไร้แสงสว่าง คนตาดีทั้งหลาย ก็เป็นเช่นเดียวกับข้า คือมองไม่เห็นสิ่งใด

เวลาเดินเข้ามาในถนนเส้นนี้ ก็มักโดนเดินชน จนเซล้มไปมา ได้ แ ผ ล ถลอกก็หลายหน ชายตาบอดกล่าวต่ออีกว่า ท่านนักบวช เมื่อครู่ ท่านเดินอย่ างมืดมนในตรอก ใช่โดนคนเดินสวนไปมาชนเอาใช่หรือไม่ ทั้งๆที่ข้าเป็นคนตาบอด

แต่ข้าไม่โดนผู้อื่นเดินชน เลยแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งๆที่เมื่อก่อนข้าก็เป็นเช่นเดียวกับท่าน คือโดนคนเดิน มาชนเอาบ่อยครั้ง แต่เมื่อข้าถือโคมไฟทุกอย่ างก็เปลี่ยนไป ที่ข้าจุดโคมไปไหนมาไหนด้วยนั้น ข้าจุดเพื่อให้แสงสว่างกับผู้อื่น

และเพื่อให้ผู้อื่นมอ งเห็นตัวข้าตั้งแต่นั้นมา ข้าก็ไม่โดนผู้ใดเดินชนอีกเลย เมื่อนักบวชได้ยินความดังนั้น ก็บรรลุปัญญา ในบางสถานการณ์ การให้ประโยชน์แก่ผู้อื่นก่อนผู้ให้ ย่อมได้รับผลกลับคืนมา สู่ผู้ให้ด้วยเช่นกัน จิตใจคุณกว้างเท่าใด

โลกก็กว้างตามความคิด และจิตใจคุณเท่านั้น คนที่ใจคับแคบ มักมอง สิ่งที่คนอื่นทำว่าผิดอยู่เสมอ ในทางกลับกันชายตาบอดถือโคมไฟ แทนที่จะถือไม้เท้าคลำทาง แต่เจตนาดีของเขา ยังส่องแสงสว่าง ให้ผู้คนรอบข้างเสมอ

แม้สายตาจะมองไม่เห็นใคร แต่ทุกคนมองเห็นเขา และไม่เดินชนเขาอีกเลย

ขอขอบคุณที่มา bitcoretech, stand-smiling

Check Also

ข้อคิด 5 ข้อ เตือนสติคนที่กำลังแย่งแฟนคนอื่น

ข้อคิด 5 ข้อ เตือนสติคนที่กำลังแย่งแฟนคนอื่น 1 แย่งแฟนคนอื่น น่าละอายไม่ต่างจากขโมย ถึงแม้…