Home แนวคิดชีวิต (เรื่องจริงสอนใจ) จุดจบของมหาเศรษฐี ที่ไม่เหลือใครเลย

(เรื่องจริงสอนใจ) จุดจบของมหาเศรษฐี ที่ไม่เหลือใครเลย

6 second read
0
516
(เรื่องจริงสอนใจ) จุดจบของมหาเศรษฐี ที่ไม่เหลือใครเลย

(เรื่องจริงสอนใจ) จุดจบของมหาเศรษฐี ที่ไม่เหลือใครเลย

ร วยแล้วอย่ าทะนงตน ยิ่งบินสูงมาก ยิ่งร่วงลงมาเ จ็บ มีอดีตเศรษฐีท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า เมื่อก่อนผมมีที่ดินอยู่ในแทบทุ กเขตของ กทม. และตามหัวเมืองใหญ่ ๆ ทั่วประเทศ รวมแล้ว ประมาณ 500 ไร่ เมื่อ 30 ปีที่แล้ว ผมพกเ งิน

ในกระเป๋าไว้เที่ยวครั้งละเป็นแสน ทำมาค้าขายได้เงิ นดีจริง ๆ ภรรย าผมชอบเล่นหุ้นรๅคๅหุ้นก็ขึ้นเอา ๆ เราก็ได้กำไรมามากมายเรามีเงิ นสดหลายร้อยล้ๅนอยู่มาวันหนึ่ง มีญาติผมคนหนึ่งเดื อดร้อนมายืมเงิ นผม ผมด่าเขาซะเสี ย ๆ หายๆ

ด้วยความที่คิดว่าตนเองมีเงิ นมาก จะพูดอะไรกับใครยังไงก็ได้ แต่ก็ให้เงิ นไปแสนนึง แล้วบอกเขาว่าไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีกนะ เงิ นที่ให้คิดว่า ให้ทาน เขารับเงิ นพร้อมน้ำตา ตอนนั้นผมไม่รู้หรอกว่าเขาจะรู้สึกยังไง

เมื่อผมคิดการใหญ่ ตั้งโรงงานอะไหล่ที่ อ ยุ ธ ย า ปีนั้นเกิดวิกฤตน้ำท่วมหนักน้ำพัดพาทุ กอย่ างไปจากชีวิตผมจริง ๆ รถผม 19 คัน บ้านอีก 5 หลัง ที่ดินทั้งหมดและเงิ นสดที่เคยมี แฟนผมเล่นหุ้น เจ๊ งไปสี่ร้อยกว่าล้าน

ลูก ๆ ทำธุรกิจก็หมดตัว ขาดทุนย่อยยับ ภายใน 2 ปี สิ่งที่มีมันหายไป เหลือไว้เพียงห นี้สิน 200 กว่าล้าน ปัจจุบันผม คือ บุคคลล้ มละลาย เช่าห้องแถวพออยู่ได้ ขายก๋วยเตี๋ยวประทังชีวิตไปวัน ๆ เมียผมก็ไม่มีกระจิต กระใจทำอะไร

ลูก ๆ ผมก็ต่างแยก ย้ า ย กันไปเอาตัวรอดตามเส้นทางชีวิต ของตัวเองผมไม่เคยได้เห็นหน้าลูก ๆ อีกเลย ตอนนี้ผมอายุ 76 ผมต้องยกหม้อก๋วยเตี๋ยว ล้ๅงจาน แต่ทุ กวันนี้ผมปลงได้แล้วนะ ผมมาลำบๅกตอนแ ก่แต่ก็เริ่มเข้าใจชีวิตมากขึ้น

เงิ นค่ๅเช่าห้องนี้ผมไปยืมกับคน ที่ผมเคยด่าเขาแล้วให้เขาไปแสนนึง ลูกเขายื่นเงิ นให้ผมแสนห้าแล้วบอกผมว่า พ่อผมบากหน้าไปยืมเงิ นคุณลุง เพราะตอนนั้น ผมเข้าโรง พ ย า บ า ล ผ่ า ตัดเพื่อให้รอด พ่อนั่งร้องไห้ คุณลุงด่า

แล้วโยนเงิ นให้เหมือนหมา ลุงบอกว่าจะตีพ่อ พ่อก็ยอมเพราะชีวิตลูกมีค่ามากกว่าสิ่งใด ต่อให้ทำ อ ย่ า ง ไรพ่อก็ยอม ถ้ามีเงิ นจะให้หามาคืนคุณลุงแสนนี้ผมคืน ห้าหมื่นคือ ด อ ก เบี้ย ไม่มีห นี้บุญคุณกัน แต่ถ้าคุณลุงลำบาก คุณลุงมายืมกับผม

ผมจะให้ ก ู้ ผมจะไม่ด่าคุณลุง เหมือนที่คุณลุงด่าพ่อผม จริง ๆ ถ้าไม่มีเงิ นคุณลุงผมคงไม่รอ ด เพราะเงิ นแสนที่คุณลุงโยนให้พ่อผมนี่แหละ ที่ต่อชีวิตให้ผม ผมทำตามที่พ่อบอกแล้ว ให้ตอบแทน ห นี้ก้อนนี้ให้คุณลุง ส่วนลูกคุณลุงผมไม่รู้กร รม

ของใครของมัน ผมเดินร้องไห้มาถึงบ้านเอาเงิ นมาจ่ายค่าเช่าห้องแถว และลงทุนร้านก๋วยเตี๋ยวเพิ่มมีเงิ นเก็บไว้ 30,000 บาท และผมเข้าใจความรู้สึกของคำว่า กร รมนั้นตามสนอง หลานไม่ได้ด่าผม แต่หลานพูดความจริงเพียงแต่ผมรับ

ความจริงไม่ได้ แต่ตอนนี้ผมมีความสุขดีนะ พ ระ แม่ชี ขอทาน มากินก๋วยเตี๋ยว ที่ร้านผมผมไม่คิดเ งิน ตอนผมมีเยอะ ๆ ผมเบื่อคนบอกบุญ ผมไม่เคยทำบุญ ผมกิน ผมเที่ยว ผมมีผู้หญิงตอนนี้ผมหมดตัวมีห นี้ สิน สิ้นเพื่อนไร้ลูก

ผมถึงได้ฟังธรรมะ เข้าวัดเป็น รู้จักทาน ตอนนี้ผมห่วงแค่เมียผม ผมภาวนาให้เมียไปก่อนผม เพราะไม่ อ ย า ก เห็นเมียลำบากไม่ต้องถามว่าผมเป็นใคร ร้านอยู่แถวไหนเพราะจะไม่บอก เก็บเรื่องราวมาให้อ่านไว้ เป็นข้อคิดเตื อนใจ คนอ่ านจบได้กำไร

คน ข ี้เกียจอ่ านก็คงพลาดโอกๅส ไม่มีคำว่าย ากจนสำหรับคนขยัน ไม่มีการปลงต กถ้าไม่เคยสูงสุดแล้วมาต่ำสุด เรื่องนี้สอนใจได้ดีเหลือเกิน ถือว่าเป็นการสอนใจ สำหรับใครหลาย ๆ คนที่ทะนงตน และลืมตัว ใช้เพื่อเตื อนใจตัวเองนะ

ขอขอบคุณที่มา 108resources, taksin289

Check Also

(เรื่องเตือนสติ) บางคนกินหรูอยู่สบาย แต่ก็ยังมีหนี้เยอะแยะ

(เรื่องเตือนสติ) บางคนกินหรูอยู่สบาย แต่ก็ยังมีหนี้เยอะแยะ คนสมัยนี้ ชอบใช้เงิ นฟุ่มเฟือย …