Home แนวคิดชีวิต 7 คำถาม ที่พ่อเเม่ควรถามลูกทุกวัน หลังกลับจากโรงเรียน

7 คำถาม ที่พ่อเเม่ควรถามลูกทุกวัน หลังกลับจากโรงเรียน

5 second read
0
360

7 คำถาม ที่พ่อเเม่ควรถามลูกทุกวัน หลังกลับจากโรงเรียน

พอถึงวัยที่ลูกเข้าโรงเรียนแล้วเราก็ไม่ได้อยู่กับลูกตลอดเวลา มีอะไรเกิดขึ้นในโรงเรียนบ้าง มีอะไรที่ลูกเจอมาบ้างบางครั้งเ ด็ ก ๆ ก็ลืมที่จะเล่าให้ฟังหรือบางครั้งก็ไม่กล้าจะเล่าก็มี ทั้งเรื่องน่ายินดี เรื่องน่าเศร้า เราควรมีวิธีในการตั้งคำถามเพื่อดูถึงอารมณ์ ความรู้สึกของลูก ๆ ตอนที่กำลังเล่นเรื่อง จะทำให้เรารับมือกับสิ่งต่าง ๆ ได้ หากเป็นปัญหาเราจะได้หาทางเเก้ได้ตรงจุด มี 7 คำถามที่ควรถามลูก หลังกลับจากโรงเรียน เลือกนำไปใช้สลับกันแต่ละวันดูได้เลย มีดังนี้

1 วันนี้ลูกทานข้าวกับใคร

พอถามแล้วก็ลองฟังที่ลูกเล่าว่ามีชื่อใครบ้าง หากเป็นคนเดิม ๆ ก็แปลว่าลูกมีเพื่อนสนิทแล้วแต่ถ้าหากเปลี่ยนคนบ่อยก็อย่ าลืมที่จะถามถึงเพื่อนคนเก่าที่เคยนั่งด้วย จะทำให้มองเห็นการปรับตัวเข้าหาคนของลูก การมีมนุษยสัมพันธ์ว่าดีแค่ไหน หรือว่าไม่มีใครนั่งด้วยเลย เราจะได้รู้ว่าลูกไม่อย ากนั่งกับใครหรือไม่มีใครอย ากจะนั่งด้วย ปัญหามันจะต้องมีทางออกเสมอ อย่ าปล่อยไว้เพราะลูกจะเป็นคนที่เหงาในโรงเรียนมาก

2 ลูกชอบอะไรมากที่สุดในวันนี้

ถามลูกว่าชอบอะไรมากที่สุดในโรงเรียนเขาเจออะไรมาแล้วเขารู้สึกดี เขาจะเล่า คำถามนี้เป็นปลายเปิดทำให้ลูกได้คิดก่อนตอบว่าอะไรคือสิ่งที่เขาชอบที่สุดของวันนี้ แล้วเราก็ควรจะตั้งใจฟังในสิ่งที่ลูกเล่าเสมอ จะได้รู้ถึงกิจก ร ร มที่ลูกทำ เพื่อน ๆ ครู และอย่ างอื่นด้วย

3 อะไรบ้างที่ลูกไม่ชอบวันนี้

อาจจะเป็นคำถามเชิงลบแต่ก็ปลายเปิดเพื่อให้ลูกได้เล่าระบายในสิ่งที่ไม่ชอบให้เราฟัง พอเราได้ฟังจะได้นำมาปรับกับการสอนลูกได้ว่าทางออกของแต่ละอย่ างควรเป็นแบบไหน แต่ข้อนี้ไม่จำเป็นจะต้องถามทุกวันก็ได้ ก็ลองสังเกตลูกดูวันไหนดูไม่ค่อยร่าเริงก็ค่อยถามดู

4 ที่โรงเรียนจะมีงานอะไรไหม

เป็นการถามย้ำลูก ๆ อาจมีบางอย่ างที่พวกเขาลืมหลังจากที่ครูสั่ง พอเราถามอาจจะทำให้ลูกนั้นนึกออกได้ว่าสิ่งที่ได้รับมอบหมายมีอะไรบ้าง มีกิจก ร ร มอะไรที่จะเกิดขึ้นในวันข้างหน้าบ้าง หากเราไม่ถามกระตุ้นบางทีลูกก็ลืมได้ง่ายเหมือนกัน พอลูกเล่าให้ฟังเราจะได้เตรียมตัวเตรียมพร้อมให้ลูกได้ถูก

5 คุณครูเป็นอย่ างไรบ้าง

จะเป็นการถามแบบปลายเปิดเหมือนเดิม ถามถึงคุณครูที่สอนในโรงเรียน ลูกจะพูดถึงครูทุกคนที่เรียนด้วยได้และสังเกตอาการตอนลูกเล่าด้วย หากเล่าแบบสดใสร่าเริงก็แสดงว่าลูกปรับตัวได้ดี ไม่กลัวครู และครูก็สอนดีในระดับหนึ่งแน่นอน แต่ถ้าหากลูกมีอาการกลัว ๆ แสดงว่ามีบางอย่ างที่ไม่ปกติแล้วล่ะ ควรจะถามถึงปัญหาที่ลูกกำลังเจออยู่เพราะหากละเลยอาจเป็นภัยต่อลูกของเราได้ ลูกอาจมีปมไปตลอดชีวิตเลยก็ได้

6 กิจก ร ร มที่โรงเรียนเป็นอย่ างไรบ้างย ากหรือง่าย

เป็นการถามแบบทั่ว ๆ ไปเพื่อให้ลูกได้เล่าให้ฟังว่าเขาทำกิจก ร ร มอะไรบ้าง ทำได้หรือทำไม่ได้ เราก็จะได้รู้ว่าลูกเราชอบอะไรและไม่ชอบอะไรด้วย เพราะเ ด็ กทุกคนมีเรื่องที่ถนัดและเรื่องที่ไม่ถนัด ก็เพราะที่จะเอามาปรับใช้ในการวางแผนพัฒนาการต่อได้ว่าลูกชอบอะไรเราจะได้ส่งเสริมไปในทางนั้นได้ดี

7 ลูกเล่นกับใครบ้างในวันนี้

ก็เป็นคำถามที่ทำให้เราเห็นถึงความสัมพันธ์ของลูกกับเพื่อนในโรงเรียนว่าเขาสามารถปรับตัวเข้าหาเพื่อนได้ไหม อยู่ร่วมกับคนอื่นได้หรือไม่ หรือว่าลูกเล่นอยู่คนเดียวไม่มีคนเล่นด้วย แสดงว่ากำลังมีปัญหาแล้วนะ จะต้องรีบหาทางแก้และทำให้ลูกปรับตัวเป็น

คำถามเหล่านี้ล้วนมีประโยชน์คุณพ่อคุณแม่สามารถเลือกนำไปปรับใช้กับลูก ๆ ของตนเองได้เลย เชื่อว่าคุณจะได้เห็นอะไรหลายอย่ างมากขึ้นและทำให้ลูกเติบโตมาได้ดีพร้อมมีภูมิคุ้มกันและปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ต่าง ๆ ได้ การไปโรงเรียนนั้นมีข้อดีและข้อเสียต่อเ ด็ กหากเราไม่รับรู้ถึงปัญหาที่เ ด็ กต้องเจอมาอาจจะเป็นการพังอนาคตของเ ด็ กด้วยมือคุณเองก็เป็นได้นะ

Check Also

ตั้งใจทำวันละ 5 นาทีตอนเช้าๆ ก่อนจะออกจากบ้าน

ตั้งใจทำวันละ 5 นาทีตอนเช้าๆ ก่อนจะออกจากบ้าน ตอนส ว ดมนต์นั้นส่วนมากเราจะนิยมสวดกันตอนเย็…