Home แนวคิดชีวิต วิธีฝึกลูกให้มีความรับผิดชอบ พึ่งพาตัวเอง มีวินัย

วิธีฝึกลูกให้มีความรับผิดชอบ พึ่งพาตัวเอง มีวินัย

8 second read
0
321

วิธีฝึกลูกให้มีความรับผิดชอบ พึ่งพาตัวเอง มีวินัย

การดูแลครอบครัวถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญ การดูแลลูก การอบรมสั่งสอนลูกของเราให้เป็นคนดี และมีความขยัน มีวินัย เพื่อสร้างนิสัยที่ดีให้กับลูก วันนี้เราได้นำเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องเกี่ยวกับการเลี้ยงดูลูกแบบคนญี่ ปุ่ น เพราะเ ด็ ก ญี่ ปุ่ นนั้นทั้งเก่งและมีความสามารถที่หลากหลาย เรามาดูกันว่าเขามีวิธีในการเลี้ยงอย่ างไร

ซึ่งเทคนิคการเลี้ยงลูกสไตล์ญี่ ปุ่ นที่ทางจะนำมาเสนอนี้ คุณชินอิจิโร่ อคาริ คุณพ่อชาวญี่ ปุ่ นที่ปัจจุบันเป็น

ผู้จัดการฝ่ายโ ฆ ษ ณ าและลิ ข สิ ท ธิ์ สำนักพิมพ์อิจิมันเเนนโด ประเทศญี่ ปุ่ น ผู้ผลิตหนังสือชุด HappyAdvice

ที่ได้รับความนิยมอย่ างสูงจากพ่อแม่ชาวญี่ ปุ่ นจนทะลุยอดขาย 4 ล้านเล่ม ได้เผยถึงโจทย์การเลี้ยงลูก

ของพ่อแม่ชาวญี่ ปุ่ นในปัจจุบันให้ฟังว่า ระยะหลังมานี้ ชาวญี่ ปุ่ นไม่ได้เน้นให้ลูกเรียนอย่ างเดียว

แต่จะสร้างเสริมคุณลักษณะหลายๆ ด้านเข้าไปด้วย ซึ่งจะเน้นความเป็นมนุษย์ ทั้งในตนเองและ

ในผู้อื่นไม่ว่าจะเป็นการให้เกียรติ รู้จักคุณค่าของตัวเอง มีความเกรงอกเกรงใจ ซึ่งความมุ่งหวังนี้

เพื่อสร้างลูกให้อยู่ในสังคมอย่ างไม่สร้างปัญหาหรือทำให้ผู้อื่นเดือดร้อน

 

เลี้ยงลูกเเบบ Happy สไตล์พ่อชาวญี่ ปุ่ น

สำหรับหัวใจสำคัญในการเลี้ยงลูกแบบ Happy สไตล์คุณอิคารินั้น มีหลักง่ายๆ ที่คุณพ่อคุณแม่คนไ ท ยสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ ลูกได้ ซึ่งมีเทคนิคดังต่อไปนี้

1 การแสดงความรักของพ่อแม่ควรแสดงอย่ างเปิดเผย เช่น การกอด หรือพย าย ามสื่อส า รให้ลูกรู้ว่า พ่อกับแม่รักลูก ซึ่งเป็นวิธี ง่ายๆที่ช่วยให้พ่อแม่ และลูกจะมีความสุขไปพร้อมๆ กัน

2 เวลาที่ลูกดื้อหรือไม่เชื่อฟัง ไม่ควรดุในทันที แต่ควรเปิดใจและรับฟังลูกก่อน นั่นจะทำให้ลูกเริ่มเข้าหาและใกล้ชิดกันมากขึ้น เกิดเป็นความสัมพันธ์ที่ดีในครอบครัวตามมา

3 รู้จักขอโทษเมื่อทำไม่ดีกับลูก เช่น โมโหเกินไป หรือโกรธที่ไม่ได้ดั่งใจ ซึ่งจริงอยู่ที่บางครั้งมันห้ามไม่ได้ แต่ควรเรียกอารมณ์กลับมาให้เร็วที่สุด และพย าย ามขอโทษลูกกับอารมณ์ชั่ ววูบที่พ่อแม่ไม่ได้ตั้งใจทำ

4 ถ้าเห็นลูกพย าย ามมุ่งมั่นหรือทำอะไรบางอย่ างด้วยตัวเอง ควรชื่นชมในทันทีและควรชมบ่อยๆ อย่ างสม่ำเสมอ เพราะกำลังใจจากคุณพ่อคุณแม่จะทำให้ลูกรู้สึกอบอุ่น มีความภูมิใจ และความมั่นใจที่จะทำสิ่งต่างๆ ต่อไป

5 ไม่ควรบังคับหรือคาดหวังว่าลูกจะต้องเป็นแบบนั้น แบบนี้ เพราะชีวิตเป็นของลูก และเป็นคนละส่วนของพ่อแม่ ดังนั้น ไม่ควรคิดว่าลูกเป็นเสมือนสิ่งของของตัวเอง แต่อย่ างไรก็ดี เมื่อเลี้ยงลูกให้มีความสุขได้แล้ว ญี่ ปุ่นก็ยังถือว่าอยู่บนท่ามกลางความโกลาหลหลังเกิดแผ่นดินไหวได้ตลอดเวลา

ซึ่งอาจร่วมไปจะเป็นเหตุการณ์สึนามิครั้งรุ น แ ร งที่สุดในประวัติศาสตร์ญี่ ปุ่น ก็ส่งผลให้คนจำนวนมากไร้ที่อยู่และขาดแคลนอาหาร แต่ก็มีภาพที่ออกมาแสดงให้เห็นถึงความมีวินัยทั้งการเข้าแถวรับความช่วยเหลือโดยไม่มีการแก่งเเย่งการอยู่อย่ างเป็นระบบระเบียบ ไม่เกะกะขวางทางผู้อื่น ทำให้สถานการณ์ค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่ างรวดเร็ว จึงมีเรื่องที่น่าสงสัยอีกว่า

แล้วพ่อแม่ชาวญี่ ปุ่ นมีวิธีฝึกลูกอย่ างไรให้เป็นเ ด็ กเก่ง จนเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและสามารถสร้างชาติให้เจริญได้อย่างไร

1  การเดินเป็นหลัก เ ด็ กญี่ ปุ่นทุกคนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาขึ้นไปต้องทางไปโรงเรียนเองไม่ว่าจะเป็นเด็ กที่เรียนโรงเรียนรัฐบาล

หรือเอกชน โดยเฉพาะเด็ กส่วนใหญ่ของประเทศที่เรียนโรงเรียนรัฐบาลต้องเดินไปกลับโรงเรียนเองไม่ว่าจะเป็นวันฝนตกหนัก

พายุเข้าหรือหิมะตก ในเมืองใหญ่เช่นโตเ กี ย วแม้ว่ามีรถยนต์แต่ผู้ปกครองไม่นำรถยนต์มาใช้หากไม่จำเป็น ดังนั้นครอบครัว

ยังคงใช้การเดินทางด้วยการขนส่งมวลชนซึ่งแน่นอนว่าใช้การเดินเป็นหลักเพื่อไปยังสถานีรถไฟหรือป้ายขึ้นรถบัสประจำทาง

2 การมีหน้าที่ต่างๆ ทั้งที่บ้านและโรงเรียน ที่บ้านเ ด็ กส่วนใหญ่จะได้รับมอบหมายจากพ่อแม่ให้ทำงานบ้านที่เหมาะสมกับวัย ส่วนที่

โรงเรียนนอกจากหน้าที่ประจำที่ทุกคนต้องทำตลอดทั้งเทอมแล้ว ทุกอาทิตย์เด็ กแต่ละห้องเรียนต้องมีหน้าที่ทำความสะอาด

ห้องเรียนและบริเวณอาคารเรียนเพื่อปลูกฝังความรับผิดชอบต่อส่วนรวม

3 การไปพักแรมกับโรงเรียน เ ด็ กประถมศึกษาปีตั้งแต่ปีที่ 4 ขึ้นไปต้องไปพักแรมนอกสถานที่กับโรงเรียนอย่ างน้อย 2 คืน

ซึ่งมีกิจก ร ร มเดินทางไกลและปรุงอาหารกินเอง การให้ เด็ กเข้าค่ายพักแรมนี้น่าจะเหมือนกับระบบโรงเรียนของเมืองไ ท ย

อย่ างการเข้าค่ายลูกเสือ เนตรนารี

4 การซ้อมค้างคืนจำลองสถานการณ์แผ่นดินไหวกลับบ้านไม่ได้ เ ด็ ก ญี่ ปุ่ นในชั้นประถมปีที่ 5 ต้องค้างคืนที่โรงเรียน

เป็นเวลาหนึ่งคืนด้วยชุดที่ใส่มาจากบ้านโดยไม่มีการอาบน้ำ และต้องกินอาหารสำเร็จรูปหรือขนมปังกระป๋อง

เพื่อฝึกซ้อมค้างคืนที่โรงเรียนหากมีภัยเเผ่นดินไหวจนเป็นเหตุให้เ ด็ กกลับบ้านไม่ได้

5 การเข้าค่ายว่ายน้ำทะเล ทุกปิดภาคฤดูร้อนโรงเรียนจะจัดให้เด็ กประถมศึกษาปีที่ 6 ไปพักเเรมริมทะเล

และร่วมกิจก ร ร มการว่ายน้ำอย่ างน้อย 500 เมตร เพื่อฝึกทักษะการรู้จักระมัดระวังตัวเองและเอาตัวรอดจากภัยการจมน้ำ

6 การเข้าค่ายต่างๆ อย่ างสม่ำเสมอตั้งแต่ตัวเล็กๆ ทุกปิดเทอมผู้ปกครองส่วนใหญ่มักให้เด็ กๆ ไปเข้าค่ายต่างๆ

ไม่ว่าจะเป็นค่ายการกีฬา ค่ายโรงเรียนสอนพิเศษและค่ายที่จัดโดยสถาบันที่มีความชำนาญต่างๆ เพื่อให้เ ด็ กตั้งแต่

ชั้นอนุบาล 3 เป็นต้นไป ทำให้ได้รู้จักการช่วยเหลือตนเองและรู้จักการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ของสังคม

7 การมีความสามารถพิเศษที่เป็นผลมาจากความพย าย าม เด็ กญี่ ปุ่ นส่วนใหญ่เรียนพิเศษเพื่อให้มี

ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี ศิลปะหรือกีฬา ซึ่งหากเป็นด้านดนตรีเด็ กๆ จะต้องมีการแสดงใหญ่

ให้ผู้ปกครองได้ชมทุกปีดังนั้น ทุกคนต้องฝึกซ้อมดนตรีอย่ างสม่ำเสมอและจริงจัง เช่นเดียวกับการเล่นกีฬาโดยส่วนใหญ่

จะมีการจัดแข่งขันตามที่ต่างๆซึ่งใกล้หรือไกลบ้านอยู่อย่ างสม่ำเสมอเพื่อพัฒนาทักษะการกีฬาให้แก่เด็ กๆ

8 การเรียนพิเศษที่หนัก ในปัจจุบันเ ด็ ก ญี่ ปุ่ นส่วนใหญ่ ตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่สี่เป็นต้นไป มักเรียนพิเศษอย่ างหนัก

เพื่อสอบเข้าโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงทั้งที่เป็นของเอกชนและรั ฐ บ า ล การได้เข้าเรียนในโรงเรียนดีๆและมีชื่อเสียงจะเป็น

หลักประกันว่าเ ด็ กๆ สามารถสอบเข้าเรียนต่อในมหาวิทย าลัยที่ดีๆ ได้ จากความลำบากดังกล่าวเป็นเพียงตัวอย่ าง

ความลำบากที่ผู้ใหญ่จัดให้เด็ กญี่ ปุ่น แม้ว่ามีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมายแต่คนญี่ ปุ่นจำนวนไม่น้อยเชื่อว่า

การให้ลูกได้รู้จักความลำบากบ้างจะช่วยสร้างความอดทนความเพียรพย า ย ามและการเรียนรู้เพื่อปฏิบัติตาม

กฎเกณฑ์ของสังคม เพื่อ เด็ กจะได้โตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพในอนาคต

ขอบคุณข้อมูล จาก ซากุระเมืองร้อน ,postsod

Check Also

คำพูดดีๆที่ ควรพูดบ่อยๆ พูดทุกวัน

คำพูดดีๆที่ ควรพูดบ่อยๆ พูดทุกวัน มีคำกล่าวที่ว่า ใจคิดอะไร ปากก็พูดออกมาแบบนั้น แต่ขณะเดี…