Home แนวคิดชีวิต วิธีการเลี้ยงลูกเเบบ จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกเเบบจน

วิธีการเลี้ยงลูกเเบบ จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกเเบบจน

6 second read
0
366

วิธีการเลี้ยงลูกเเบบ จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกเเบบจน

วันหนึ่งผมได้พาลูกไปร้านเครื่องเขียนแห่งหนึ่ง ลูกของผมอย ากได้กล่องดินสอ มองหน้าพ่อแล้วบอกว่าอย ากได้เเบบนี้ เเบบนี้ ลูกของผมเลือกแบบหรูหรา แต่ผมให้ซื้อแค่แบบธรรมดาที่ใช้งานได้เหมือนกัน ลูกทำหน้างอทันที ร้องอย ากได้ไม้บรรทัด ก็อย ากได้แบบสวยงาม แต่ผมก็ให้เลือกแบบแค่พื้นฐานใช้งานได้เหมือนกันเพียงเท่านั้น ลูกก็ทำหน้าหงิกหน้างอเข้าไปอีก วันนี้เลยมี วิธีการเลี้ยงลูกเเบบ จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกเเบบจน

ผมไม่ได้ว่าอะไร ตั้งใจก่อนนอนคืนนี้ จะชี้เเนะลูกด้วยการเล่านิทานเปรียบเปรยให้เข้าใจ หลังจากได้เป็นพ่อคนแล้ว ผมตั้งใจจะเลี้ยงลูกไม่ให้เหมือนแบบที่ชาวเ อเ ชี ยเขานิยมทำกัน ที่มักไม่ยอมให้ลูกลำบาก ดูแลปกป้องแบบไข่ในหิน ประคบประหงมเกินพอดี

หลายปีผ่ านไป ผมรู้สึกว่าวิธีการเลี้ยงลูกของผมจะลำบากมากขึ้นทุกวัน จนกระทั้งวันหนึ่ง ผมได้อ่ านจดหมายเปิดผนึกฉบับหนึ่งที่โพสต์ลงในบอร์ดของมหาวิทย าลัยน า น กิ ง จดหมายจากผู้ใช้นานว่า พ่อผู้ข ม ขื่ น เขียนถึงลูกเขาที่เป็นนักศึกษาในมหาวิทย าลัยนั้น แต่ไม่ได้เปิดเผยชื่อลูก

จดหมายฉบับนี้มีคุณค่ามากในสายตาของผม

ถึงลูกรักของพ่อ แม้ลูกจะทำให้พ่อทุ ก ข์ใจเกินบรรย าย แต่ลูกก็ยังเป็นลูกของพ่ออยู่วันยังค่ำ หลังจากที่ลูกสามารถสอบเข้ามหาวิทย าลัยได้แล้ว อาจเป็นเพียงคนเดียวของตระกุลเราในรอบหลายชั่ วอายุคนที่ทำได้สำเร็จ หลังจากนั้น พ่อชักไม่แน่ใจว่าตกลงใครเป็นพ่อและใครเป็นลูกกันแน่

พ่อช่วยเเบกสัมภาระไปส่งลูกถึงหอพัก ช่วยกางมุ้ง ปูที่นอน ซื้อกับข้าวกับปลา ต้องสอนแม้กระทั่งวิธีบีบย า สี ฟั นออกจากหลอด ทั้งหลายทั้งปวง ดูเหมือนว่ามันเป็นหน้าที่ที่พ่อสมควรต้องทำให้ ไม่ได้ยินคำว่าขอบคุณสักคำจากลูก

ตั้งแต่ต้นจนจบ รู้สึกด้วยซ้ำว่าเป็นเกียรติอันยิ่งใหญ่ที่พ่อผู้ด้อยความสามารถคนนี้มีโอกาสได้รับใช้ลูกทูนหัว ที่บัดนี้ได้เป็นนักศึกษาผู้ทรงเกียรติไปแล้ว

ปีแรกทั้งปี ที่บ้านได้รับจดหมายจากลูกสามฉบับ ข้อความรวมกันแล้วอาจย าวกว่าข้อความในโทรเลขหนึ่งฉบับสักหน่อย ข้อความย่นย่อ ลายมือหวัดอ่านย าก มีแต่คำว่า เงิน นี่ตั้งใจเขียนได้ชัดเจนที่สุด

พอขึ้นปีที่สอง จดหมายมาแบบถี่ๆ ล้วนขอเงินเพิ่ม ลีลาการเร่งเร้าให้ส่งเงิน ข้อความที่เรียกร้องความเห็นใจ รับรู้ได้ถึงว่า หากเรียนจบแล้ว ลูกสามารถไปยึดอาชีพเป็นพวกเจ้าหน้าที่เร่งรัดหนี้สินได้เยี่ยมเเน่นอน

แต่สิ่งที่ทำให้พ่อเ จ็ บ ป ว ดที่สุดนั้น มาจากการที่ลูกอาจหาญถึงขั้นปลอมแปลงตัวเลขจำนวนเงินที่ต้องจ่ายค่าหน่วยกิตของมหาวิทย าลัย ไม่คิดว่าลูกจะใช้วิธีนี้ มาหลอกลวงเงินทองจากผู้เป็นพ่อแม่ที่ให้กำเนิด เลี้ยงดู รักใคร่ลูกมาตลอด เพียงเพื่ออย ากได้เงินเพิ่ม ไปเที่ยวผับ เที่ยวบ า ร์และร้องคาราโอเกะ

คิดถึงเรื่องนี้เมื่อไหร่ก็เ จ็ บ ป ว ดเมื่อนั้น นอนไม่หลับ จนกลายเป็นโ ร ค ซึ ม เศร้า สาเหตุก็มาจากลูก คนที่พ่อเลี้ยงดูด้วยมือจนเติบใหญ่ แต่กลับกลายเป็นคนเเปลกหน้าในร่างของนักศึกษา

ขอภาวนาในใจว่า นอกจากวิชาความรู้ต่างๆที่ลูกจะเรียนรู้จากสถาบันการศึกษาแล้ว ลูกจะกรุณาพัฒนาจิตใจให้เป็นคนซื่อสัตย์และกตัญญูรู้คุณด้วยก็จะเป็นเรื่องที่ดีที่สุด

หลังจากได้อ่ านจดหมายฉบับนี้แล้ว ผมรู้สึกว่าผมยังต้องเดินหน้าทำตามนโยบายในการดูแลลูกตามที่ตั้งใจไว้แต่แรก แม้จะรู้ว่ามันค่อนข้างลำบากในสังคมของเรา

มีอยู่วันหนึ่ง เพื่อนสมัยเรียนที่ย้ ายไปอ อ ส เ ต รเลียกลับมาเยี่ยมบ้าน มีโอกาสได้นั่งคุยกัน เขาเล่าว่า คนอ อ สเ ต รเ ลี ยนอกจากเชื่อถือในพระเจ้าแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขาเชื่อมั่นก็คือ วิธีการเลี้ยงลูกเเบบ จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน

พวกเขาเชื่อว่า เ ด็ กที่เติบโตขึ้นมาภายใต้การดูเเลปกป้องมากไปของพ่อเเม่ เมื่อโตแล้ว จะไม่มีปัญญาที่สามารถยืนอยู่บนลำเเข้งตัวเอง และก็จะไม่มีวันสำนึกบุญคุณคนอื่น แม้กระทั่งพ่อแม่ตนก็ตาม

วันถัดมาเรามีโอกาสออกไปทำธุระด้วยกัน เจอฝนระหว่างทาง เขาเห็นเ ด็ กน้อยถูกห่อหุ้มด้วยผ้านวมอย่ างหนากลมไปหมดทั้งตัว จนดูคล้าย ลูกบอลยัดนุ่น เขาบอกว่า

เ ด็ กควรจะใส่เสื้อผ้าน้อยกว่าผู้ใหญ่หน่อย เขาเล่าว่าในอ อ ส เ ต ร เ ลี ย แม้หน้าหนาวก็จะไม่เห็นเ ด็ กที่ถูกห่อแบบ ลูกบอลยัดนุ่น เหมือนที่เห็น หรือในวันแดดจ้า แม้เ ด็ กจะนั่งอยู่ในรถเข็นเ ด็ ก

แต่คนเป็นแม่ก็จะทำใจเเข็ง ไม่ยอมดึงที่บังแดดออกมากันเเดดให้ลูก เ ด็ กที่วิ่งเล่นแล้วหกล้มเอง พ่อแม่ก็จะยืนดูเฉยๆให้ลูกลุกขึ้นมาด้วยตัวเขาเอง ต่างๆนาๆล้วนพย าย ามให้ลูกฝึกช่วยตัวเองและอดทนให้มากที่สุด

ธรรมเนียมของครอบครัวชาวเ อ เ ชี ยอย่ างพวกเรา หลักการที่ยึดติดมานานกับนโยบายที่ว่า จะย ากจนแค่ไหน ก็ไม่ยอมให้ลูกต้องลำบาก

สงสัยจะถึงเวลาต้องทบทวนกันใหม่ได้แล้ว

การเลี้ยงลูกของสัตว์ทั้งหลายในโลกนี้ ตอนลูกยังเล็กและอ่อนเเอ บางชนิดอมลูกไว้ในปาก บางชนิดซุกลูกไว้ใต้ปีก กลัวลูกๆจะไม่ปลอดภัย แต่พอลูกเริ่มโตได้ที่แล้ว พวกเขาจะไล่ลูกออกไปอย่ างไร้เยื่อใย

ให้ลูกไปเผชิญกับโลกภายนอกเอง ไปฝึกวิทย ายุทธเอง ไปเผชิญปัญหาและมรสุมทุกรูปแบบ แล้วชีวิตจะไม่เจอทางตัน เห็นหรือยังว่าแม้แต่สัตว์ทั้งหลายก็ยังรู้ถึงหลักการที่ว่า โอ๋ลูกจนไม่ลืมหูลืมตา

จะรวยแค่ไหน ก็ต้องเลี้ยงลูกแบบจน ด้วยวิธีนี้จะบังคับให้ลูกๆทั้งหลายรู้จักยืนอยู่บนลำเเข้งตัวเอง และรู้จักสำนึกและตอบเเทนบุญคุณคนเป็นพ่อเป็นแม่

สิ่งหนึ่งที่ไม่ควรลืม ถึงแม้คุณจะห่วงด้วยวิธีปกป้องหรือโอ๋ลูกขนาดไหนก็ตาม คุณคงไม่มีปั ญ ญ าตามไปวุ่นวายหรือดูแลพวกเขาในช่วงครึ่งหลังของชีวิตเขา เพราะตอนนั้นคงได้เวลาที่คุณจะได้หลับย าวไปแล้ว

ขอบคุณที่มา จาก ขจรศักดิ์ , postsod

Check Also

การเลือกชาม ก็เหมือนกับ การเลือกคบมิตร

การเลือกชาม ก็เหมือนกับ การเลือกคบมิตร เรื่องนี้เป็นเรื่องของชายหนุ่มคนหนึ่ง อย ากให้ทุกคน…