Home แนวคิดชีวิต วิธีที่จะทำให้เรา กลับมาตกหลุมรักตัวเองอีกครั้ง

วิธีที่จะทำให้เรา กลับมาตกหลุมรักตัวเองอีกครั้ง

5 second read
0
1,916

วิธีที่จะทำให้เรา กลับมาตกหลุมรักตัวเองอีกครั้ง

คนเราอายุมันเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ทุกวินาทีที่ผ่ านไปนั้นมันคือช่วงเวลาในการใช้ชีวิตเราที่สั้นลงไปเรื่อย ๆ นั่นเอง ทุกวันนี้คุณมีความสุขในชีวิตแล้วหรือยัง ใครที่ยังไม่วางแผนการใช้ชีวิตให้ดีในย ามที่เเก่ตัวมานั้นจะลำบากได้ การจะหวังพึ่งให้เป็นภาระของลูกหลานนั้นมันไม่ใช่สิ่งที่ควรเท่าไหร่ หากวันนี้คุณยังอยู่ดีมีแรงหันมารักและใส่ใจตัวเองให้มาก ๆ กันเถอะ ลองดู 10 วิธีนี้ดูอาจจะช่วยดึงสติคุณกลับมาแล้วหันมาใส่ใจตัวเองมากขึ้นและ กลับมาตกหลุมรักตัวเองอีกครั้ง

1 เลิกทำร้ ายร่างกายตัวเองได้แล้ว

ไม่ได้หมายความว่าการใช้กำลังทุบทำร้ ายนะ แต่หมายถึงการที่เราท ร ม า นร่างกาย อย่ างการดื่มเครื่องดื่มเเอลกอฮอล์ เ ม าค้าง อดนอน ทานอาหารข ย ะ ทานอาหารไร้ประโยชน์ ไม่ออกกำลังกาย ซึ่งมันอาจจะไม่เป็นไรในตอนนี้แต่ในระยะย าวร่างกางมันเสื่อมลงอย่ างช้า ๆ จนลำบากในอนาคตเลย เเถมยังเสี่ยงต่อการเ จ็ บ ป่ ว ยอีกด้วย

2 เลิกใช้จ่ายฟุ่มเฟือย

พย าย ามจะเก็บเงินให้ได้พอถึงวันเกษียณจะได้ไม่ลำบาก โดยเฉพาะตอนนี้เรายังมีแรงหาเงินก็สะสมเก็บออม ลงทุนบ้าง เพราะถ้าหากอายุเข้า 50 ปีขึ้นไปจะเริ่มทำงานลำบากแล้ว

คุณจะต้องมีการวางเเผนเก็บเงินเผื่อตอนเกษียณของตัวเองด้วยว่าจะต้องมีเท่าไหร่ถึงจะอยู่ได้ไปจนถึงวาระสุดท้ายของตัวเอง แบบไม่ต้องเป็นภาระลูกหลาน

3 อย่ าไปเเคร์คำคนอื่นมาก

ต่อให้เราโดนนิ น ท าอย่ างไรหากพอวางได้ ทนได้ หรือมันไม่ได้สำคัญอะไรก็ปล่อยให้เขานิ น ท าไป เราไม่จำเป็นเลยที่จะต้องดูดีในสายตาคนอื่น ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องเป็นอย่ างที่คนอื่นเขาคาดหวัง เราควรจะใช้ชีวิตในแบบที่เรามีความสุข เราทำในสิ่งที่ต้องทำแบบไม่เดือดร้อนใคร

ทำไปแล้วต่อให้คนอื่นเขามองว่ามันไม่ได้มีเกียรติ มองว่ามันได้เงินน้อย มองว่าเราทำไปก็ไม่สำเร็จ คำพวกนี้หากได้ยินก็จงใช้มันเป็นแรงผลักดันให้ตัวเองลึกขึ้นสู้และตั้งใจทำสิ่งที่เราตั้งใจให้มากขึ้น หากมันสำเร็จคำสบประม าทพวกนั้นจะจางไปเอง

4 เลิกคิดเรื่องหางานใหม่หากอายุเข้าเลข 50 แล้ว

มันไม่ง่ายเลยที่จะเริ่มใหม่อายุเท่านี้หากยังมีงานและมีความสุขกับมันก็ทำไปเลย การคิดไปหางานใหม่บางทีมันก็ย ากไป อย่ าลืมว่าคนรุ่นใหม่นั้นก็หางานกันเยอะเหมือนกัน

แล้วเราจะไปเเข่งเขาไหวอย่ างไรกัน ความจริงอายุขนาดนี้การงานเราต้องมั่นคงให้ได้แล้วหรือไม่ก็ถึงเวลาจะต้องเกษียณตัวเองออกมาและใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากแล้ว

5 อย่ าไปเครียดกับการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย

เป็นธรรมดาที่ร่างกายเราจะเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เพราะว่าทุกคนที่เเก่แล้ว จะมีรอยตี นกา ผิวหนังเหิ่ยวย่น ไม่เต่งตึงสมบูรณ์เหมือนเดิมแล้ว ก็จงปล่อยวางว่านี่มันคือธรรมดา มันเป็นธรรมชาติของร่างกาย ไม่ว่าใครก็ผิวหนังเหิ่ยวย่นเพราะความชราได้ทั้งนั้น หากคุณยอมรับในร่างกายได้ว่ามันเป็นธรรมดามันก็จะไม่เครียด

6 เลิกทำงานหนัก

หากยังหนุ่มยังสาวการจะทำงานหนักนั้นบางทีก็ยังไหวอยู่เพราะร่างกายของเรายังสมบูรณ์เเข็งเเรง แต่ถ้าอายุเริ่มเยอะแล้ว 50 ปี ขึ้นก็คือเเก่แล้วนะ ร่างกายมันไม่ไหวแล้ว กระดูกมันก็เสื่อมแล้วนะ

งานหนัก งานที่ต้องใช้เเรงเยอะ ๆ ควรจะงดได้แล้ว หากจำเป็นต้องทำอะไรต้องใช้กำลังก็จ้างคนมาทำให้จะดีกว่า ร่างกายเราหากมันได้รับการกระทบกระทั่งแม้เพียงเล็กน้อย มันอาจจะฟื้นช้าแล้วก็ได้

7 อย่ าเล่นอินเตอร์เน็ตมากเกินไป

การเล่นอินเตอร์เน็ตบ้างนั้นก็ทำให้เราทันโ ล ก ทันเหตุการณ์ แต่ว่าถ้าเล่นมากเกินไปก็จะทำให้เสียสุขภาพได้เลยนะ จะมีโ ร คเกี่ยวกับกระดูกขึ้นมาแล้วยังสายตาก็จะเสี่ยงสั้นลง เบลอ

และมองไม่ชัดเหมือนเดิม บางคนติดโซเชียลหนักมากจนไม่ได้หลับได้นอน ติดหนักมากจนเสียการเสียงานเลยก็มี ฉะนั้นก็ให้มันอยู่ในความพอดีจะดีกว่า

8 อย่ าปิดกั้นตัวเองเพราะเเก่

เคยได้ยินใช่ไหมไม่มีใครที่เเก่เกินเรียน ฉะนั้นก็อย่ าลืมเรียนรู้อยู่เสมออะไรที่มันใหม่ ๆ ก็ทำความรู้จักมันบ้าง จะทำให้ชีวิตเรามีสีสันมากขึ้น เปิดใจลองทำ ลองเรียนรู้อะไรที่ยังไม่เคยทำบ้าง อายุเรามันสั้นก็จริงแต่โลกมันกว้างมาก ๆ หากเราแก่แล้วนั่งแช่อยู่ในเก้าอี้เฉย ๆ มันน่าเบื่อมาก แต่ถ้าเราแก่แต่ยังใช้ชีวิตสนุก ๆ จะเป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตได้คุ้มค่ามากทีเดียว

9 อย่ าคิดเเทนคนอื่น

โดยเฉพาะลูกหลานของตัวเอง ไม่ต้องไปคิดแทนพวกเขา ห่วงได้แต่อย่ ามากเกินไป พวกเขาเองก็มีความคิดเป็นของตัวเอง ตัดสินใจทุกอย่ างเองและมีแนวทางชีวิตที่พวกเขาต้องการอยู่แล้ว เราจะไปชี้ว่าเขาต้องทำแบบนั้น ต้องทำแบบนี้ เขาจะรู้สึกอึดอัดและคุณเองก็จะกลายเป็นคนที่น่ารำคาญไปเลย ปล่อยพวกเขาได้ใช้ชีวิตในแบบที่พวกเขาต้องการได้แล้ว เรามองดูอยู่ห่าง ๆ ก็พอ

10 ควบคุมอารมณ์ร้ ายตัวเองให้เป็น

เข้าใจว่าฮอร์โมนมันเปลี่ยนไปตามอายุที่มากขึ้น บางคนก็หงุดหงิดง่าย บางคนก็ก้าวร้ า วสุด ๆ จงรู้ตัวเองว่าเป็นคนที่โกรธง่าย จงรู้ทันความโกรธของตัวเอง ก็พย าย ามลดมันลงบ้าง

เมตตาเยอะ ๆ อภัยเยอะ ๆ เราจะได้ไม่ทุ ก ข์ การดุ การโมโห ลูกหลายจะไม่อย ากเข้าใกล้เอานะ ก็จงเป็นคนเเก่ที่อบอุ่นและมีเมตตามันจะน่ารักกว่านะ ถ้าอย ากจะให้ลูกหลานรายล้อมก็จงทำตัวให้น่าอยู่ใกล้

ยังมีอีกหลายข้อเลยที่อย ากจะให้คุณได้ลองคิดตามแต่ใน 10 ข้อคิดนี้ก็หวังว่าจะช่วยเตือนสติใครหลายคนได้ โดยเฉพาะคนที่อายุ 50 ปีขึ้นแล้ว คุณจะเป็นคนหนึ่งที่จะมีความสุขในการใช้ชีวิต

สนุกสนานได้ตามวัย และการปล่อยวางจะสำคัญมาก บางคนนั้นจะยึดติดกับสิ่งของ อดีต ฯลฯ จนตัวเองไม่เป็นตัวเองเลย ลองปล่อยวางดูสิจะรู้สึกดีขึ้นเยอะเลย

Check Also

ตั้งใจทำวันละ 5 นาทีตอนเช้าๆ ก่อนจะออกจากบ้าน

ตั้งใจทำวันละ 5 นาทีตอนเช้าๆ ก่อนจะออกจากบ้าน ตอนส ว ดมนต์นั้นส่วนมากเราจะนิยมสวดกันตอนเย็…